เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  MRI


หากท่านกำลังมองหาเครื่องตรวจวินิจฉัยที่ล้ำสมัยปราศจากรังสีเอกซเรย์ เราขอนำเสนอเครื่อง         MRI 1.5 T.  ( Magnetic Resonace imaging ) สามารถตรวจอวัยวะได้ชัดเจนกว่าเครื่อง CT scan  มีความปลอดภัยสูงมีความเสี่ยงต่อการแพ้สีต่ำมาก     ตรวจพบรอยโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น  พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางรองรับพร้อมให้บริการแล้ววันนี้  ที่ โรงพยาบาลชัยอรุณเวชการ


เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
 MRI (Magnetic Resonance Imaging)
เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI       
(Magnetic Resonance Imaging)
 เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค โดยอาศัยคุณสมบัติ
ความเป็นแม่เหล็กของไฮโดรเจนอะตอมภายในร่างกาย
ภายใต้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง เครื่อง MRI สามารถตรวจ
หาความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย สามารถตรวจ
ได้หลายระนาบโดยไม่ต้องเปลี่ยนท่าผู้ป่วย และไม่ใช้รังสีเอกซ์
MRI สามารถวินิจฉัยส่วนต่างๆของร่างกายและแยกโรคอะไรบ้าง…???

  • ตรวจสมอง
  • ตรวจหัวใจ
  • ตรวจอวัยวะในช่องท้องและทรวงอก
    • ตรวจกระดูกสันหลังระบบกล้ามเนื้อและข้อ
    • ตรวจหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำทั่วร่างกาย
  • ตรวจระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่าง
  • ตรวจท่อทางเดินน้ำดี และถุงน้ำดี
  • ตรวจเต้านม

 การเตรียมตัวก่อนการตรวจและการปฏิบัติตัวขณะตรวจ
1.  กรณีผู้ป่วยที่ให้ความร่วมมือ ไม่ต้องงดน้ำ และอาหารก่อนตรวจ
2.  กรณีผู้ป่วยที่ไม่ให้ความร่วมมือ ต้องได้รับยานอนหลับ
หรือยาสลบ ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4 - 6 ชั่วโมง ก่อนตรวจ
3.  กรณีตรวจอวัยวะในช่องท้องหรือตรวจระบบทางเดินน้ำดี
ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4 - 6 ชั่วโมง ก่อนตรวจ
4.  ควรงดใช้เครื่องแต่งหน้าบางชนิดก่อนตรวจเช่น มาสคร่า
อายชาโดว์  เพราะอาจมีส่วนผสมของโลหะ ทำให้เกิด
เป็นสิ่งแปลกปลอมในภาพได้
5. ระหว่างการตรวจผู้ป่วยต้องไม่ขยับ หรือเคลื่อนไหวส่วน
ที่ตรวจเพื่อจะได้ภาพชัดเจน
6. ขณะตรวจจะมีเสียงดังจากเครื่องบินเป็นระยะๆ
จะมีฟองน้ำอุดหู เพื่อลดเสียง
7. ระยะเวลาในการตรวจขึ้นอยู่กับอวัยวะที่จะตรวจ
เฉลี่ยประมาณ 30 – 40 นาที


ข้อดีในการตรวจด้วยเครื่อง MRI
1. สามารถให้ภาพที่แยกความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อ
ได้อย่างชัดเจน ทำให้มีความถูกต้องแม่นยำในการวินิจฉัยโรคมากยิ่งขึ้น
2. ใช้ได้ดีกับการตรวจสมอง เส้นประสาทไขสันหลัง
เส้นประสาทในร่างกาย  กล้ามเนื้อ ตรวจเส้นเลือดได้
โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการฉีดสารทึบรังสี และการสวนสายยาง
ซึ่งมีประโยชน์ต่อวงการแพทย์แผนปัจจุบัน
3. การตรวจด้วยเครื่อง MRI ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ
เพราะไม่ใช้คลื่นรังสี
4. ปัจจุบันการตรวจด้วยเครื่อง MRI  สามารถตรวจพบ
ความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว มีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรค
สามารถบอกขอบเขตของโรคได้ ทำให้แพทย์สามารถ
วางแผนการรักษาโรคต่อไป


อาการที่ควรมารับการตรวจ MRI
- ในผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ควรมาตรวจ MRI
ของช่องท้อง หามะเร็งตับแต่เนิ่นๆ
- มีประวัติว่าบิดาหรือมารดาเป็นเส้นเลือดในสมองแตก 
 สมองโป่งพอง (Intracerebral Aneurysm)
ควรมาตรวจ MRA เส้นเลือดสมอง
- เป็นโรคลมชัก ควรมาตรวจ MRI สมอง
- มีอาการปวดหัว แขนขาอ่อนแรง หมดสติบ่อยๆ ความจำเสื่อม
สับสน คลื่นใส้อาเจียน อาการวิงเวียนศีรษะคล้ายบ้านหมุน
เสียการทรงตัว ปากเบี้ยว หนังตาตก ลิ้นชาแข็ง
ควรมาตรวจ MRI สมอง
- ปวดคอ ปวดหลัง ชาลงแขนหรือลำตัว ขาลีบ แขนหรือขา
อ่อนแรง แขนขากระตุก สมรรถภาพทางเพศลดลง
ควบคุมปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้
ควรมาตรวจ MRI ของกระดูกสันหลัง
- หายใจหอบเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม ไอเรื้อรังไม่มีสาเหตุ
เจ็บหน้าอก กลืนน้ำหรืออาหารลำบาก
ควรมาตรวจ MRI ของทรวงอก
- ตัวเหลืองตาเหลืองคลื่นไส้อาเจียน เจ็บบริเวณชายโครง
ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรมาตรวจ MRI ของช่องท้อง
หรือท่อทางเดินน้ำดีและถุงน้ำดี
- ปวดท้องน้อยเป็นประจำ มีเลือดออกจากช่องคลอด
ปัสสาวะเป็นเลือด  ปัสสาวะขัด ควรมาตรวจ MRI ของอุ้งเชิงกราน
- ได้รับอุบัติเหตุที่ข้อไม่ว่าจะเป็นข้อเข่า  ข้อไหล่  ข้อศอก 
ข้อมือ  ข้อนิ้ว  ข้อตะโพก  ข้อเท้า ควรมาตรวจ MRI ของข้อนั้นๆ